ไทยพุทธ

สนามหลวงเคยเต็มไปด้วยอะไรลอยฟ้า?

สนามหลวงเคยเต็มไปด้วยอะไรลอยฟ้า?

กว่าร้อยปีก่อน ทุกครั้งที่ลมหนาวพัดผ่านและฟ้าโปร่งใส... ท้องสนามหลวงกลางเมืองบางกอก ไม่เคยว่างเปล่าเหมือนทุกวันนี้ ทว่าเต็มไปด้วยจุดสีสดใสลอยอยู่กลางอากาศนับร้อยนับพัน นั่นคืออะไร แล้วทำไมวันนี้ท้องฟ้าผืนเดียวกันถึงว่างเปล่าจนน่าใจหาย ตามบันทึกประวัติศาสตร์ ทุกปีเมื่อย่างเข้าฤดูลมว่าว ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน คนกรุงเทพฯ จะพากันมารวมตัวที่ท้องสนามหลวง ไม่ใช่เพื่อพักผ่อนธรรมดา แต่เพื่อชมการประลองกลางอากาศที่ดุเดือดของแผ่นดิน สองฝั่งฟ้าคือสองขั้วอำนาจ ฝั่งหนึ่งคือว่าวจุฬา รูปดาวห้าแฉก ทะยานด้วยพลังและขนาดที่ใหญ่โต อีกฝั่งคือว่าวปักเป้า รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เล็กกว่าแต่ปราดเปรียวราวสายลม เล่ากันว่ากติกาฟังดูง่าย แต่ในสนามจริงคือสงครามกลางเวหา จุฬาต้องพยายามจับปักเป้าให้ติดแล้วลากข้ามเขตแดนมาฝั่งตน และตามที่เล่าสืบต่อกันมา ปักเป้าไม่ได้มีหน้าที่แค่หลบหนี แต่ยังมีอาวุธของตัวเองคือ "เหนียง" สายป่านยาวที่ใช้คล้องรัดตัวจุฬาให้ติดกับดัก แล้วดึงกลับข้ามแดนมาได้เช่นกัน ทายสิ... ถ้าคุณยืนอยู่ริมสนามหลวงวันนั้น คุณจะเชียร์ทีมไหน จุฬาผู้ทรงพลัง หรือ ปักเป้าผู้ปราดเปรียว เสียงโห่ร้องของฝูงชนดังกึกก้องทุกครั้งที่ว่าวตัวหนึ่งเสียหลักร่วงลงกลางสนาม เชือกป่านขาดกลางอากาศ ฝูงชนวิ่งแย่งชิ้นส่วนที่ร่วงหล่นราวกับเป็นของมงคล นี่คือภาพที่เล่าขานกันว่าเคยเกิดขึ้นกลางใจกรุง แต่กาลเวลาไม่เคยหยุดรอใคร เมื่อเมืองเติบโต ท้องสนามหลวงเริ่มถูกจัดระเบียบเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่โล่งกว้างที่เคยรองรับว่าวขนาดใหญ่ ค่อยๆ ถูกจำกัดการใช้งาน ฤดูลมว่าวที่เคยคึกคักทุกปี เริ่มเงียบหายไปทีละปี ทีละปี จนวันหนึ่ง ท้องฟ้าเหนือสนามหลวงก็ว่างเปล่า ไม่มีจุฬา ไม่มีปักเป้า เหลือเพียงความทรงจำที่ลอยอยู่ในบันทึกเก่าและคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน แต่ความทรงจำนั้นยังไม่ตาย... ทุกครั้งที่ลมพัดผ่านท้องสนามหลวงในฤดูแล้ง หลายคนยังเงยหน้ามองฟ้าเปล่าๆ ราวกับหวังจะเห็นสีสันคุ้นตาลอยกลับมาอีกครั้ง เพราะนั่นไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือจิตวิญญาณของคนกรุงเทพฯ ยุคหนึ่งที่เคยเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความหวัง

ดังเรื่องอะไร

ราศี/เลขศาสตร์

วิธีไหว้ Step-by-Step

1

เข้าวัด

เข้าวัด ไหว้เจดีย์และพระพุทธรูป

2

บอกชื่อและขอพร

บอกชื่อ-นามสกุล ขอสิ่งที่ชอบธรรม

3

ตั้งจิตอธิษฐาน

ตั้งจิตด้วยความบริสุทธิ์

ของไหว้

ดอกบัว
ธูป 3 ดอก
เทียน 1 เล่ม

เวลาที่ดี

เช้า 05:00-09:00

เวลาเปิด-ปิด

05:00 - 18:00 ทุกวัน

ค่าเข้า

ฟรี

การแต่งกาย

แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ ปิดเข่า

การแก้บน

กลับมาขอบคุณพระเถระ

เคล็ดลับ

  • ไหว้ด้วยใจบริสุทธิ์
  • เข้าวัดด้วยจิตสำนึกอันเคารพ
  • หลังจากได้รับพรสำเร็จ กลับมาดลพิษ

ถาม AI เรื่องสนามหลวงเคยเต็มไปด้วยอะไรลอยฟ้า?ได้เลย

ค้นคำตอบจากคลังความรู้ของมูลูเตเรื่องสนามหลวงเคยเต็มไปด้วยอะไรลอยฟ้า?

คำถามที่พบบ่อย

1เรื่อง สนามหลวงเคยเต็มไปด้วยอะไรลอยฟ้า? มาจากไหน?

กว่าร้อยปีก่อน ทุกครั้งที่ลมหนาวพัดผ่านและฟ้าโปร่งใส... ท้องสนามหลวงกลางเมืองบางกอก ไม่เคยว่างเปล่าเหมือนทุกวันนี้ ทว่าเต็มไปด้วยจุดสีสดใสลอยอยู่กลางอากาศนับร้อยนับพัน นั่นคืออะไร แล้วทำไมวันนี้ท้องฟ้าผืนเดียวกันถึงว่างเปล่าจนน่าใจหาย ตามบันทึกประวัติศาสตร์ ทุกปีเมื่อย่างเข้าฤดูลมว่าว ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน คนกรุงเทพฯ จะพากันมารวมตัวที่ท้องสนามหลวง ไม่ใช่เพื่อพักผ่อนธรรมดา แต่เพื่อชมการประลองกลางอากาศที่ดุเดือดของแผ่นดิน สองฝั่งฟ้าคือสองขั้วอำนาจ ฝั่งหนึ่งคือว่าวจุฬา รูปดาวห้าแฉก ทะยานด้วยพลังและขนาดที่ใหญ่โต อีกฝั่งคือว่าวปักเป้า รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เล็กกว่าแต่ปราดเปรียวราวสายลม เล่ากันว่ากติกาฟังดูง่าย แต่ในสนามจริงคือสงครามกลางเวหา จุฬาต้องพยายามจับปักเป้าให้ติดแล้วลากข้ามเขตแดนมาฝั่งตน และตามที่เล่าสืบต่อกันมา ปักเป้าไม่ได้มีหน้าที่แค่หลบหนี แต่ยังมีอาวุธของตัวเองคือ "เหนียง" สายป่านยาวที่ใช้คล้องรัดตัวจุฬาให้ติดกับดัก แล้วดึงกลับข้ามแดนมาได้เช่นกัน ทายสิ... ถ้าคุณยืนอยู่ริมสนามหลวงวันนั้น คุณจะเชียร์ทีมไหน จุฬาผู้ทรงพลัง หรือ ปักเป้าผู้ปราดเปรียว เสียงโห่ร้องของฝูงชนดังกึกก้องทุกครั้งที่ว่าวตัวหนึ่งเสียหลักร่วงลงกลางสนาม เชือกป่านขาดกลางอากาศ ฝูงชนวิ่งแย่งชิ้นส่วนที่ร่วงหล่นราวกับเป็นของมงคล นี่คือภาพที่เล่าขานกันว่าเคยเกิดขึ้นกลางใจกรุง แต่กาลเวลาไม่เคยหยุดรอใคร เมื่อเมืองเติบโต ท้องสนามหลวงเริ่มถูกจัดระเบียบเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่โล่งกว้างที่เคยรองรับว่าวขนาดใหญ่ ค่อยๆ ถูกจำกัดการใช้งาน ฤดูลมว่าวที่เคยคึกคักทุกปี เริ่มเงียบหายไปทีละปี ทีละปี จนวันหนึ่ง ท้องฟ้าเหนือสนามหลวงก็ว่างเปล่า ไม่มีจุฬา ไม่มีปักเป้า เหลือเพียงความทรงจำที่ลอยอยู่ในบันทึกเก่าและคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน แต่ความทรงจำนั้นยังไม่ตาย... ทุกครั้งที่ลมพัดผ่านท้องสนามหลวงในฤดูแล้ง หลายคนยังเงยหน้ามองฟ้าเปล่าๆ ราวกับหวังจะเห็นสีสันคุ้นตาลอยกลับมาอีกครั้ง เพราะนั่นไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือจิตวิญญาณของคนกรุงเทพฯ ยุคหนึ่งที่เคยเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความหวัง

2ขอพรเรื่องอะไรได้บ้าง?

ขอพรได้ทุกเรื่อง เมื่อใจบริสุทธิ์

วัดที่เกี่ยวข้อง

สนามหลวงเคยเต็มไปด้วยอะไรลอยฟ้า? — วิธีไหว้ ของไหว้ ขอพร | Mulute | วัดดัง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ | Mulute